ชมเป็นบุญตา อักขระบนแผ่นหลัง หลวงปู่ทอง ปภากโร พระอริยสงฆ์ 6 แผ่นดิน

กลายเป็นเรื่องราวที่กำลังถูกแชร์เรียกเสียงร่วมอนุโมทนาสาธุบุญจากเหล่าศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้คนในโลกสังคมออนไลน์ อย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้

ต่อภาพอักขระที่หาไม่ได้ในตำราแต่มีอยู่จริง รอยสักบนแผ่นหลังของหลวงปู่ทอง ปภากโร แห่งวัดบ้านคูบ หมู่ 3 ตำบลคูบ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ

พระเถระซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของเหล่าพุทธศาสนิกชนชาวอีสานใต้ ต่างขนานนามให้ท่านคือพระอริยสงฆ์ 6 แผ่นดิน สายสำเร็จลุนแท้ ๆ ปัจจุบันมีอายุถึง 115 ปีแล้ว แต่ยังสามารถเดินเหินได้ปกติ

ตามข้อมูลจาก อีสานเดลี่ออนไลน์ เปิดเผยว่า ครั้งหนึ่งหลวงปู่เคยเล่าให้ฟังว่า ท่านมีนิสัยจะทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ คิดอะไรไม่ได้เป็นไม่ยอมหยุดคิด

คิดมันไปจนออกจนเข้าใจ ดูอะไรไม่ได้เรื่องไม่ได้ความ ก็คิดค้นมันไปจนแตกฉาน ครูบาอาจารย์เฮาจำชื่อบ่ได้ดอก

ส่วนอักขระบนร่างกายหลวงปู่ที่ แขน ขา หลัง และทั่วทั้งร่างกายเป็นอักขระธรรมลาวในยุคสมัย สมเด็จลุน เป็นยันต์ที่เก่าแก่จนคนในยุคนี้แทบจะไม่มีใครรู้จัก ครูบาอาจารย์ท่านสมัยปี 2449 ฝั่งอีสาน และสปป.ลาว

หลวงปู่มีนิสัยสันโดษ จนบางคราวเห็นได้ว่ามักน้อย และมีความพากเพียรพยายาม สบง และจีวรที่นุ่งห่มก็นิยมใช้ของเก่า

จะได้เห็นหลวงปู่นุ่งห่มสบงจีวรใหม่ ก็ต่อเมื่อมีผู้ศรัทธาถวายให้ครองในกิจนิมนต์ หลวงปู่จึงครองฉลองศรัทธา ถ้าเป็นไตรจีวรแพร

ครองแล้วกลับมาจากที่นิมนต์ก็มอบให้พระภิกษุรูปอื่นไป ข้าวของที่มีผู้ถวาย ถ้ามีประโยชน์แก่พระภิกษุรูปอื่น ๆ หลวงปู่ก็ให้ต่อไป

ของสิ่งใดที่มีผู้ถวายไว้ ถ้ามีใครอยากได้แล้วออกปากขอ หลวงปู่ก็ให้ แต่เมื่อหลวงปู่บอกให้แล้ว ผู้ขอต้องเอาไปเลยทีเดียว ถ้ายังไม่เอาไปและทิ้งไว้ หรือฝากไว้กับหลวงปู่ เมื่อมีใครมาเห็นในภายหลังและออกปากขออีก หลวงปู่ก็ให้อีก

ในช่วงที่หลวงปู่เดินจาริกธุดงค์อยู่ในเขตพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นจึงได้มีการธุดงค์ไกลขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงป่าลึกที่ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา

เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา และอุปทานทั้งปวง เมื่อพิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว

หลวงปู่ธุดงค์จากประเทศลาว กลับมายังประเทศไทย เดินข้ามเขตด้าน จังหวัดอุบลราชธานี สู่บ้านเกิดที่บ้านคูบ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ

ภาพดังกล่าว

ขอบคุณภาพจาก หลวงปู่ทอง ปภากโร ๑๑๔ ปี วัดบ้านคูบ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ

ขอบคุณข้อมูลจาก อีสานเดลี่ออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม